สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » อื่นๆ » เคลือบสีรถ Glass Coating เพื่อรถสวยใสกว่าเดิม

 


การเคลือบสีรถยนต์ สำหรับคนรักรถแล้ว ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่ต้องจริงจังกันหน่อย เพราะว่าภาพลักษณ์ภายนอกของรถยนต์ก็เหมือนเป็นตัวบ่งชี้ลักษณะนิสัยของเจ้าของรถได้ ว่าเป็นคนที่เอาใจใส่กับสิ่งต่างๆ มากน้อยแค่ไหน และคนที่รักในการเคลือบสีรถทั้งหลาย วันนี้ยังมีทางเลือกใหม่ที่ในการดูแลพื้นผิวให้แจ่มแจ๋วกว่าเดิม นั่นก็คือ “Glass Coating” ครับ



 


ก่อนอื่นมาแนะนำกันก่อนนะครับ สำหรับบางคนที่เห็นแล้วอาจจะสงกระสัยว่ามันคือการเคลือบอะไรกันแน่ บอกไว้ก่อนนะครับว่า Glass Coating หรือ การเคลือบแก้ว (เคลือบฟิล์มแก้ว) นี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงให้รถนั้นมีความเงางามขึ้นแต่อย่างใด เพราะการเคลือบชนิดนี้เป็นเหมือนการเคลือบทับเพื่อปกป้องชั้นสีบนสุดอย่าง Clear Coat เสียมากกว่า โดยใช้น้ำยาที่ทำมาจาก Silicon (Si)ที่มีลักษณะเป็นของเหลวซึ่งสามารถนำไปพ่นหรือเคลือบทับได้ และหลังจากแห้งดีแล้วน้ำยาจะจับตัวแข็งมีลักษณะคล้ายกับชั้นฟิล์มที่มีขนาด 5-10 ไมครอนและมีความหนาแน่นราว 0.08 g/cc ซึ่งจะมีความโปร่งแสงโปร่งใสเฉกเช่นเนื้อแก้ว ซึ่งเป็นที่มาของ Glass Coating ยังไงละครับ

เนื่องจากการที่เราจะเคลือบประเภทนี้เป็นการเคลือบทับชั้นเคลียโค้ท นั่นก็แปลว่าถ้าหากอยากให้รถมีความเงางามอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัว Clear Coat ของรถแต่ละคันที่จะมาทำนั้นก็ต้องมีความสะอาดเสียก่อน พูดอีกอย่างก็คือรถที่มีความสมบูรณ์ของพื้นผิวนั้นเมื่อทำการเคลือบแก้วแล้ว ก็จะส่งผลให้รถมีความเงางามกว่ารถที่มีพื้นผิวขุ่นหมอง, เป็นรอยขีดข่วนไม่ ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่นั่นเองครับ



 


อีกจุดเด่นก็คือการป้องกันจากการกัดกร่อนที่เกิดจากคราบฝุ่น ความชื้น หรือคราบที่เกิดจากปฏิกิริยา Oxidation และมีความยืดหยุ่นต่อการปกป้องชั้นพื้นผิวรถยนต์ในทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะร้อน จัด เย็นจัด หรือฝนกรด เพราะชั้นฟิล์มชนิดนี้จะปกป้องพื้นผิวรถยนต์ที่ระดับความแข็งที่ 7-9H (เกือบเท่ากระจกเลยทีเดียว) ซึ่งถือว่ามีความแข็งแรงมากทีเดียว สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการนอกจากความเงางามแล้ว เมื่อน้ำฝนสัมผัสกับพื้นผิวแล้วจะจับตัวกันเป็นเม็ดๆและลื่นไหลจากพื้น ผิวอย่างง่ายดาย ส่งผลให้การเช็ดทำความสะอาดนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าก่อนการเคลือบมาก


โดยการเคลือบสีรถยนต์นี้แบ่งเป็น 2 เกรด คือแบบมาตรฐานที่ทำแล้วอยู่ได้นานเป็นปีๆซึ่งราคาก็ตกอยู่ราว 20,000 ไปจนถึง 50,000 บาท ซึ่งการเคลือบในเกรดพรีเมียมราคาร่วมครึ่งแสนแบบนี้เป็นที่นิยมในหมู่รถหรู ส่วนเกรดล่างนั้นย่อมมีราคาที่ต่ำกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งคุณภาพก็จะได้ตามราคานะครับ และที่สำคัญหากจะไปเคลือบนั้นต้องเลือกร้านดีๆมีชื่อเสียงและได้มาตรฐานเสีย หน่อย เพราะสำหรับคนที่หลงใหลในความเงางามของรถแล้ว การเคลือบแก้วก็เหมือนเปรียบเหมือนเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งนั่นเองครับ


 


ขอบคุณข้อมูลจาก e-toyotaclub.net