สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » ระบบเครื่องยนต์ » ล้างหม้อน้ำรถยนต์ ทำอย่างไร ??

 


         หม้อน้ำรถยนต์ นั้นมีความสำคัญต่อระบบการทำงานของเครื่องยนต์มาก เพราะเนื่องจากเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนออกจากเครื่องเพื่อที่เครื่องยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นจะได้ไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง โดยการระบายความร้อนด้วยน้ำนั้นเป็นระบบพื้นฐานที่รถทุกคันในปัจจุบันใช้กัน จึงควรตรวจเช็คระดับหม้อน้ำในถังพักน้ำบ่อยๆ ซึ่งควรทำในขณะที่เครื่องเย็นเท่านั้นนะครับ


 


         แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆในห้องเครื่องแต่ทุกชิ้นส่วนเรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เราควรตรวจสอบระดับน้ำในหม้อให้อยู่ในระดับปกติเสมอ แต่หากเจอว่าระดับน้ำลดลงมากเมื่อเติมไม่นานก็ลดอีกอาจจะเกิดการรั่วได้ แต่ส่วนหม้อน้ำที่ปกติไม่รั่วไม่ซึมก็ควรใส่ใจด้วยการทำความสะอาดบ้าง โดยสังเกตจากน้ำว่าใสหรือขุ่นแค่ไหน หากคิดว่าเริ่มขุ่นแล้วก็สามารถจัดการทำความสะอาดได้เองง่ายๆด้วยวิธีการดังนี้ครับ


         1. ดับเครื่องยนต์และมุดเข้าไปใต้ท้องคลายนัทหางปลาที่หม้อน้ำให้หลวมๆ แต่อย่าให้หลุดเพื่อให้น้ำในหม้อน้ำไม่ไหลออกมา พร้อมกับเปิดฝาหม้อน้ำเอาไว้ และเตรียมสายยางต่อตรงจากก๊อกน้ำพร้อมไว้


         2. ติดเครื่องยนต์ด้วยรอบเดินเบาสักพัก ให้ความร้อนที่มาตรวัดขึ้นไปประมาณกลางๆ


         3. คลายนัทหางปลา เพื่อให้น้ำไหลออกแล้วรีบ เอาสายยางที่เตรียมไว้แหย่เข้าไปที่หม้อน้ำ เปิดก๊อกน้ำโดยกะความแรงตามความเหมาะสมโดยให้มีน้ำอยู่ในหม้อน้ำตลอดเวลา ไม่ล้น ไม่แห้ง ทำไปเรื่อยๆ จนกว่า น้ำที่ปล่อยไหลออกมาจะสะอาด หายขุ่น


         4. ดับเครื่อง ปิดก๊อกน้ำ และปล่อยให้น้ำในหม้อน้ำไหลออกมาจนหมด จากนั้นปิดนัทหางปลาให้แน่น แล้วเติมน้ำพร้อมด้วยคูลแลนท์เข้าไปจนได้ระดับ จะเติมน้ำยากันสนิมด้วยก็ดีครับหลังจากนั้นปิดฝาหม้อน้ำให้แน่น


         5. ลองสตาร์ทเครื่องอีกครั้งให้พอร้อนๆ เสร็จแล้วจึงดับเครื่อง เพื่อทำความสะอาดเครื่องยนต์ที่อาจจะเกิดการเปียกชื้นจากการทำความสะอาดเมื่อครู่


         เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธีการล้างหม้อน้ำรถยนต์ที่เรานำเสนอไปในวันนี้ นอกจากจะง่ายและช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ที่คุณรักแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการล้างหม้อน้ำ แต่หากทำบ่อยก็ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำยาทุกครั้งเพราะอาจทำให้หม้อน้ำผุเร็ว ทั้งนี้คุณควรล้างหม้อน้ำประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง เพื่อให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่อย่าลืมกำจัดสารเคมีอันตรายอย่างน้ำยาหล่อเย็นให้เรียบร้อยด้วยด้วยนะครับ


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : Thaicarlive.com, car.kapook.com,