สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » ระบบไฟฟ้า » ระบบพวงมาลัย EPS ของ newaltis

 


EPS คืออะไร?


         ระบบบังคับเลี้ยวของนิวอัล ติสนั้น ถือเป็นตัวแรกในรุ่นนี้ที่เปลี่ยนระบบบังคับเลี้ยวจากไฮดรอลิค (น้ำมัน) มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า คำว่า "พวงมาลัยไฟฟ้านั้น" มาจากคำว่า Electronic Power Steering ซึ่งก็ปรากฎอยู่ใน catalog ของรุ่นแทบทุกใบ เพราะถือเป็นจุดเด่นของรุ่นเลยทีเดียว (EPS เป็นของเคยแพง มากๆ) ถ้าจะว่ากันไปเราได้ใช้พวงมาลัย EPS ก่อนแคมรี่ตัวปัจจุบันเสียอีก ข้อดีสุดๆ อีกอย่างหนึ่งคือระบบนี้ทำงานได้ยอดเยี่ยม ในขณะที่มี อุปกรณ์น้อยชิ้นมาก แถมต้องการ การบำรุงรักษาที่ต่ำว่าระบบก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด เค้าถึงบอกว่าระบบนี้ควรเป็นตัวชูโรงของรถรุ่นนี้ ครับ


         ระบบ EPS ที่มีอยู่ในรถเรานั้น เป็นการย่อส่วนมาจากระบบใหญ่ที่เคยบรรจุไว้ในเล็กซัสรุ่นท๊อป ที่รถสามารถหมุนพวงมาลัยเพื่อนำรถเข้าจอดเองได้ (กดปุ่มแล้วจอดให้เอง เลย) ปัจจุบันมีใช้ในโตโยต้าตัวอื่นด้วย เช่น Estima (ตัวนี้ถอยเข้าซองหรือหักเลี้ยวจอดริมถนนได้เอง) ส่วนที่รถเรายังไม่มีคือระบบสั่งการ หมุนพวงมาลัยจากตัวรถ แต่ก็ถือเป็นความไฮโซที่โตโยต้าคัดสรรมาใส่ไว้ในนิวอัลติสครับ จะพลาดก็ตรงที่พอดีไปเจอข่าวเรื่องคันเร่งไฟฟ้ามี ปัญหา ก็เลยพาลกันไปโจมตีเรื่องพวงมาลัยไฟฟ้าด้วย ทำเอาโตโยต้าเป๋ไปเป็นปี แต่ถ้าเรารู้ถึงระบบของมัน ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่มีคนปล่อย ข่าวครับ


หลักการระบบนี้ของโตโยต้า


         ในการบังคับเลี้ยวขั้นพื้น ฐานนั้น รถเรายังคงเป็นระบบกลไกอยู่ คือยังมีชุดฟันเฟือง-รางเลื่อน (Rack and Pinion) เพื่อควมคุมการดึง-ผลักล้อให้บิดไปมา นั่นหมายถึง เมื่อระบบไฟฟ้ามีปัญหา เราก็ยังสามารถหมุนพวงมาลัยได้ตามปกติ เพียงแต่มันจะหนัก-เบา ตามความเร็วที่เหลืออยู่ (ในกรณีรถมีปัญหาขณะ วิ่ง) ฉะนั้นการที่มีข่าวว่าพวงมาลัยไฟฟ้ามีปัญหา ทำให้รถควบคุมการเลี้ยวไม่ได้ เลี้ยวแล้วไม่ไป จนเกิดอุบัติเหตุนั้น จึงเป็นเพียงแค่ข่าวปล่อย ในช่วงที่ข่าวคันเร่งไฟฟ้ากำลังฮิต


         ยุคแรกของระบบ EPS นั้น ผู้คิดค้นนำมอเตอร์ไฟฟ้าไปใส่ไว้ที่ระบบบังคับเลี้ยวที่ช่วงล่าง (แทนน้ำมันจริงๆ) ซึ่งก็ทำงานได้ดี แต่จะมีปัญหาเรื่องความสรกปกและความ ร้อนของเครื่องยนต์รบกวนการทำงานของมอเตอร์ เพราะในขณะทำงานมอเตอร์เองก็ร้อนมาก ทำให้อายุการทำงานของมอเตอร์สั้นเกินไป ต่อมาผู้พัฒนาต่อได้นำเอามอเตอร์มาใส่ไว้หลังพวงมาลัย โดยซ่อนอยู่ใต้คอนโซลแทน ทำให้ตัดปัญหาไปได้หลายประการทีเดียวและมีการ เพิ่มระบบแก้ปัญหาความร้อนของมอเตอร์เข้าไป คือเมื่อเราไม่เลี้ยว สมองกลของระบบ EPS จะให้มอเตอร์พัก ทำให้สามารถใช้งานได้ยาว นานขึ้นครับ


         สมองกลของ EPS จะมี อุปกรณ์ที่เรียกว่า Torque Sensor ที่คอพวงมาลัย เพื่อตรวจสอบการหมุนของพวงมาลัย เป็นระบบการตรวจสอบด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งละเอียดมากๆ ไม่มีส่วนสัมผัสในการตรวจสอบ ทำให้ระบบนี้มีความทนทานสูง สึกหรอต่ำ สามารถนำมาใช้กับรถยนต์ได้ดีนั่น เอง


         เมื่อสมองกลของ EPS ได้ รับสัญญาณการหมุนพวงมาลัยมาจาก Torque Sensor ว่าเราหมุนพวงมาลัยไปทางไหน มันจะสั่งให้มอเตอร์หมุนตามเท่าที่เราหมุนพอดี เพื่อ เสริมแรงให้เบามือขึ้น และเนื่องจากมันเป็นระบบอีเลคทรอนิคส์ มันจึงสามารถโปรแกรมให้มอเตอร์สร้างน้ำหนักในการช่วยเราได้ คือความ เร็วต่ำ มอเตอร์ช่วยเรามาก ความเร็วสูงขึ้น มอเตอร์ช่วยเราน้อยลง


         สำหรับระบบ EPS ของโต โยต้านั้น มีโปรแกรมเป็นแบบ linear output ครับ คือพวงมาลัยจะหนักเท่ากันที่ทุกๆ ความเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยเปลี่ยนพฤติกรรมการ บังคับเลี้ยวเมื่อความเร็วรถเปลี่ยนไปเหมือนเมื่อก่อน แต่หากใครเคยชินกับรถรุ่นก่อนๆ จะบอกว่าพอขับเร็วขึ้น พวงมาลัยเบาเกินไป วิธีแก้ก็ แสนง่าย ขับไปซักระยะนึง ให้เราปรับกับการควบคุมแบบใหม่ ไม่นานเราก็จะชินกับมันเองครับ


         ในเว็บรถบางเว็บที่มีการ บอกกันว่ารถเค้าเป็นระบบ DBW คือ Drive by Wire นั้น เท่าที่ตรวจสอบแล้วไม่มีครับ ก็เป็นเรื่องโม้กันอีกตามเคย คำว่า DBW นั้น นึกภาพ ง่ายๆ ก็คือการขับเครื่องบิน ที่พวงมาลัยที่นักบินหมุนนั้น ไม่มีกลไกไปที่ระบบบังคับปีกเลย เป็นการสั่งงานผ่านทางสายไฟล้วนๆ สรุปว่ารถ ยนต์ทั่วไปยังไม่มีระบบ DBW ตามที่กล่าวอ้างกัน (รถแพงๆ ไม่แน่ ไม่ได้ไปตรวจสอบครับ) เนื่องจากถ้าระบบ DBW ขาดการบำรุงรักษาที่ดีพอ การเป็นข่าวว่าเลี้ยวแล้วไม่ไป ก็น่าจะเกิดขึ้นได้จริงค่ะ


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : newaltisclubthailand