สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » น่ารู้ทั่วไป » เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัย

 


1. เข็มขัดนิรภัย ขึ้นรถเมื่อไหร่ต้องใส่ทันที


         เมื่ออยู่ในรถยนต์เข็มขัดนิรภัย ถือว่าเป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด การคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธีนั้น เราควรคาดเข็มขัดให้อยู่รอบสะโพกไม่ให้เข็มขัดนิรภัยพาด บริเวณหน้าท้อง และไม่ควรรัดเข็มขัดนิรภัยจากด้านหลังหรือใต้แขน เนื่องจากจะทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก


2. ที่นั่งสำหรับเด็ก ใช้ให้ถูกวิธี


         สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ควรใช้ที่นั่งสำหรับเด็กและคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยควรจัดวางไว้ที่เบาะหลังและหันหน้าไปทางด้านหลังรถ ส่วนเด็กอายุ 1-3 ปีนั้น ควรนั่งที่นั่งสำหรับเด็กเช่นกัน แต่สามารถหันหน้าไปทางหน้ารถได้ สำหรับเด็กอายุ 4 -7 ปี ซึ่งโตเกินกว่าที่จะนั่งเก้าอี้นิรภัย แต่เข็มขัดนิรภัย ที่มากับที่นั่งปกติของผู้ใหญ่ก็ยังไม่พอดีกับตัว ควรใช้ที่นั่งเสริมแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยของที่นั่งปกติเพื่อยึดเก้าอี้เสริมให้ติดกับเบาะรถ ทั้งนี้ ควรให้ เด็กเล็ก นั่งบริเวณเบาะหลังของรถ เพราะการทำงานของถุงลมนิรภัยอาจทำอันตรายต่อเด็กเล็กได้ อีกทั้งบริเวณประตูหลังของรถยังสามารถตั้งไม่ ให้สามารถเปิดจากภายในรถได้ เพราะลดความเสี่ยงจากความซุกซนของเด็กน้อยได้อีกชั้น


3. ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย การปรับเบาะที่ถูกต้อง


         การปรับเบาะและท่านั่งขับรถที่ ถูกต้อง มีผลมากต่อความปลอดภัยในการขับรถ รวมถึงความปลอดภัยเมื่อเกิดการชนด้วย การปรับเบาะที่ถูกต้องทำได้ไม่ยาก แค่ใช้ฝ่าเท้า เหยียบแป้นคลัตช์ให้สุด หรือถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็ใช้ฝ่าเท้าเหยียบแป้นเบรก แล้วเลื่อนตัวเบาะนั่งให้เข่างอเล็กน้อย นั่นเป็นตำแหน่งของเบาะนั่งที่ เหมาะสม


         ส่วนการปรับพนักพิงที่ถูกต้อง จะต้องไม่เอนหรือตั้งเกินไป ถ้าปรับพอดี จะเช็คได้โดย ใช้มือซ้ายจับพวงมาลัยในตำแหน่ง 9 นาฬิกา มือขวา 3 นาฬิกา แล้วข้อศอกต้องงอเล็ก น้อย แต่แผ่นหลังต้องแนบกับพนักพิงตลอดเวลา


         ปรับเสร็จแล้วลองเลื่อนมือไป วางไว้บนสุดของวงพวงมาลัย แถวๆ ข้อมือต้องแตะกับพวงมาลัยจึงจะถูกต้อง ถ้าวงพวงมาลัยอยู่เลยไปถึงกลางฝ่ามือหรือโคนนิ้ว แสดงว่าปรับ พนักพิงเอนเกินไป ถ้าวงพวงมาลัยอยู่ชิดเลยข้อมือเข้ามาแสดงว่านั่งชิดเกินไป


         หมอนรองศีรษะก็สำคัญ ควร ปรับให้พอดีโดยให้เอนแล้วหลังศีรษะพิงช่วงกลางหมอนพอดี เน้นว่าหลังศีรษะนะครับ ไม่ใช้ท้ายทอย ทั้งนี้ก็ไม่ควรพิงหมอนเวลาขับ เพราะหมอน รองศีรษะมีไว้รองรับเมื่อเกิดการชนแล้วศีรษะจะได้สะบัดไปด้านหลังน้อย


4. วางก็ไม่เป็นที่ก็มีอันตราย


         ไม่ควรวางสิ่งของด้านบนหรือรอบ ๆ ที่เก็บถุงลมนิรภัย เพราะอาจทำให้ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จนทำให้ผู้ที่อยู่ในรถบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ บริเวณที่เป็นลิ้นชักเก็บของหน้ารถ ก็ไม่ควรเหน็บสิ่งของไว้ที่ฝาลิ้นชัก เพราะสิ่งของที่เหน็บไว้อาจพุ่งใส่ผู้นั่งเมื่อต้องเหยียบเบรคกระทัน หัน


5. ตรวจสอบความพร้อม ก่อนการเดินทาง


         ผู้ขับควรทำความรู้จักและความ คุ้นเคยกับรถและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้ควรตรวจตราและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ควรตรวจสอบให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินทาง คือตรวจสอบความลึกของดอกยาง ความดันลมยาง รวมถึงระดับของน้ำมันเครื่องและน้ำในหม้อน้ำว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือ ไม่


6. เคารพกฏจราจร ช่วยลดอุบัติเหตุ


         ขับรถอย่างมีความรับผิดชอบ เคารพกฏหมายและมีความรู้เรื่องระดับความเร็วของแต่ละสถานที่ นอกจากนี้ควรพกใบขับขี่และรายละเอียดของประกันติดรถไว้ เสมอ


7. วางแผนการเดินทางช่วงลดเวลา


         การวางแผนล่วงหน้าก่อนออก เดินทาง จะช่วยให้การเดินทางของคุณแม่นยำยิ่งขึ้น สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลากับการหลงทาง โดยประมาณระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละจุด หมายปลายทางเอาไว้ก่อน พกแผนที่ หรือ GPS ให้อุ่นใจก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ รวมถึงขับรถตามความเร็วที่เหมาะสมตามที่กฎหมาย กำหนด และเว้นช่องว่างกับรถที่อยู่ด้านหน้าให้เหมาะสม เพราะความปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าเบรกอย่างกระทันหัน


8. จัดสัมภาระให้เข้าที่


         จัดสิ่งของหรือกระเป๋าที่หนักที่ สุดให้อยู่ใต้สุด เพื่อให้สิ่งของนั้นไม่เคลื่อนมากระแทกโดนผู้โดยสารเมื่อต้องหยุดกะทันหันหรือเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น


9. ขับรถไร้แอลกอฮอล์


         แม้ว่าช่วงหยุดยาวจะเป็นช่วง แห่งการเฉลิมฉลองก็ตาม แต่กฎทองที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรจำไว้คือ “อย่าขับรถในขณะเมาเหล้า” เรื่องเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ต้องพิง ระลึกไว้เสมอว่า เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน และจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ จะผู้เสียชีวิตและพิการมา จากการเมาแล้วขับเป็นอันดับต้นๆ


10. เหนื่อยนัก ก็พักก่อน


         หากรู้สึกเหนื่อยให้หยุดพัก โดย เฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางในระยะทางไกลอาจต้องการแวะพักบ่อยขึ้น เพื่อช่วยความเหนื่อยล้าขณะเดินทาง การจอดรถเพื่อยืดเส้นยืดสายจะทำ ให้รู้สึกกสดชื่นขึ้น และเมื่อรู้สึกง่วง หรือรู้ตัวว่าพักผ่อนน้อย ควรหาที่จอดพักทันที เพราะไม่ควรฝืนเมื่อร่างกายแสดงอาการ แต่ต้องเน้นว่าควรเป็น ที่ที่ปลอดภัย หากเป็นสถานบริการน้ำมันก็เลือกที่มีความสว่างเพียงพอ หรืออาจจะเป็นตามสถานีของตำรวจทางหลวงก็จะรู้สึกอุ่นใจยิ่ง ขึ้น


         ถึงแม้ว่ารถในปัจจุบันจะได้รับ การติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ทันสมัยเพื่อช่วยลดความเครียดของผู้ขับสักเพียงใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ ความพร้อมของผู้ขับที่ควรขับ ขี่อย่างมีสติและใจเย็น ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวคราวนี้เป็น ทริปที่น่าจดจำที่สุดอีกทริปหนึ่ง


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : worldwheelsweb