สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » ภายในห้องโดยสาร » เมื่อเด็กต้องนั่งรถยนต์??

 


         เวลาเห็นข่าวอุบัติเหตุมีเด็กเล็ก ต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิตทีไร หัวใจเหี่ยวเฉาเศร้าหมองไปเลยนะคะ การมีเด็กโดยสายภายในรถยนต์ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ พ่อแม่ผู้ครองยิ่งต้องใส่ใจให้ มากๆ ต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับการโดยสารในรถของเด็กให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย โดยมีการแบ่งประเภทได้ดังนี้


ประเภทของเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก


1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant car bed)


         เหมาะกับทารกที่คลอดก่อน กำหนดหรือ มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม ควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางตอนกลางของรถยนต์เสมอ


2. ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-facing infant seat)


         ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็ก นั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม และมีส่วนสูงประมาณ 75 เซนติเมตร คือตั้งแต่แรกเกิด - ประมาณ 1 ปี


3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ (Forward-facing child seat)(Rear-facing infant seat)


         ต้องวางไว้ที่เบาะหลัง และให้ เด็กนั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 9-18 กิโลกรัม และมีส่วนสูง 75 - 110 เซนติเมตร หรืออายุประมาณ 1-5 ขวบ ที่นั่ง ประเภทนี้อาจออกแบบให้ใช้ได้ทั้งในแบบที่หันไปทางหน้ารถและหลังรถ โดยผู้ใช้สามารถปรับติดตั้งได้ตามความเหมาะสม


4. ที่นั่งเสริม (Booster seat)


         เป็นที่นั่งสำหรับเด็กที่มีน้ำหนัก ตัวประมาณ 18 ถึง 27 กิโลกรัม หรือมากกว่านี้ และสูงประมาณ 110 ถึง 135 เซนติเมตร อายุประมาณ 5 - 10 ขวบ ที่นั่งประเภทนี้จะช่วยให้เด็ก คาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวยิ่งขึ้น อุ้มทารกไว้กับตัวขณะนั่งรถยนต์ดีหรือเปล่า? ไม่ควรอุ้มทารกหรือเด็กไว้ในอ้อมแขนขณะนั่งรถยนต์ เด็กตัวเล็กๆอาจมีน้ำหนักไม่มากในยามปกติ แต่ในกรณีที่รถชนกัน น้ำหนักของเด็กจะกลายเป็นแรงมหาศาลที่คุณไม่สามารถโอบอุ้มไว้ได้ และ เด็กน้อยที่คุณคิดว่าจะปลอดภัยในอ้อมแขน ย่อมหลุดลอยไปกระทบกับสิ่งกีดขวางที่ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต


การเลือกซื้อที่นั่งเด็ก


1. ตรวจสอบคู่มือประจำรถว่ามีคำแนะนำ หรืออุปกรณ์พิเศษใดๆในการติดตั้งที่นั่งเด็กหรือไม่
2. ก่อนซื้อ ควรทดลองว่าที่นั่งเด็กที่คุณถูกใจนั้น ติดตั้งได้เหมาะพอดีกับรถยนต์ของคุณหรือไม่
3. ควรทราบน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก และตรวจสอบกับคำแนะนำที่ให้มากับที่นั่งสำหรับเด็กว่าอยู่ในช่วงที่ตรงกันหรือไม่ 4ถ้าเป็นไปได้ ควรพาเด็กไปด้วยเพื่อให้ทดลองนั่งว่าพอดีตัวหรือไม่
4. ควรใช้เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ ถ้าทารกมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม


ข้อเตือนใจในการเดินทางกับเด็กโดยรถยนต์


1. การติดตั้งที่นั่งเด็กอย่างเหมาะสมไม่ควรรีบร้อน
2. ควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี นั่งเบาะหลังเสมอ
3. ที่นั่งเด็กเหมาะสำหรับรถยนต์ซึ่งมีที่นั่งหันไปทางด้านหน้าเท่านั้น อย่านำไปใช้กับรถยนต์ซึ่งมีที่นั่งหันไปทางด้านข้าง หรือด้านหลัง
4. ผู้ใหญ่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยของตนเองให้เรียบร้อยและรัดตัวเด็กอย่างเหมาะสมก่อนออกเคลื่อนรถ
5. อย่าใช้เข็มขัดนิรภัยเส้นเดียวกันคาดผู้ใหญ่ กับเด็กหรือเด็กสองคนไว้ด้วยกัน
6. สายรัดตัวของที่นั่งเด็กต้องแน่นพอดีและพาดข้ามบ่าของเด็ก
7. อย่าพาดอ้อมแขนหรือสอดไว้ใต้แขนเด็ก
8. อย่าดึงตัวเด็กออกจากที่นั่งขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่
9. ถ้าอากาศร้อนหรือจอดกลางแดด ควรมีผ้าคลุมติดรถเพื่อคลุมที่นั่งเด็กเวลาไม่ใช้งาน
10. ก่อนให้เด็กนั่งที่ ควรตรวจสอบว่าเบาะและส่วนที่เป็นโลหะร้อนเกินไปหรือไม่


         สิ่งต้องห้ามเมื่อมีเด็กอยู่ ในรถ คือ ห้ามออกรถ ในขณะที่เด็กยังไม่ได้นั่งในตำแหน่งที่นั่งของเขาและไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย, ห้ามให้เด็กนั่งที่นั่งปกติในรถยนต์, ห้ามเด็กที่ สูงไม่ถึง 140 ซม. คาดเข็มขัดนิรภัย โดยไม่มีการรองตัวเด็กให้สูงขึ้นโดยใช้ที่รองนั่งสำหรับเด็ก ทั้งนี้เป็นกรณีสำหรับเด็กที่ตัวโตเกินเก้าอี้เด็กแล้ว เท่านั้น


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : truelife