สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » น่ารู้ทั่วไป » รถสตาร์ทไม่ติด

 


แชะๆ เหมือนจะติด


         ส่วนมากปัญหาที่สตาร์ทแล้วมีเสียงครวญคราง แช๊ะๆๆ เอี๊ยดๆๆ นั้น ให้เราลองเปิดไฟสูงดูว่าสว่างเหมือเดิมไหม หรือลองบีบแตรดูว่าดังเป็นปกติหรือเปล่า ถ้ามีอาการเหล่านี้ ก็ฟันธงได้เลยครับว่ามาจากแบตเตอรี่ที่อ่อนกำลัง เพราะแบตที่อ่อนนี้ทำให้หมุนไดสตาร์ทไม่ไหว ได้แต่กระตุ้นตัวโซลินอยด์เท่านั้น เพราะแบตเตอรี่นั้นมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี


         อีกกรณีหนึ่งคือ ในตอนช่วงเช้าของวันที่สตาร์ทรถติด แต่ขับแล้วไปจอดซักพักจะสตาร์ทก็สตาร์ทไม่ติด นั่นเป็นที่แบตเตอรี่อีกเหมือนกันครับ เพราะว่ากำลังไฟที่สะสมในช่วงกลางคืนนั้นจะถูกใช้หมดไปกับการสตาร์ทในครั้งแรก อาการทั้งสองทีว่ามานี้เป็นที่แบตเตอรี่เสื่อม สามารถหารถมา Jump Start หรือพ่วงสตาร์ทได้เลย จากนั้นสามารถขับไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ แต่ระหว่างทางพยายามอย่าให้เครื่องดับอีกรอบนะครับ ไม่งั้นจะแย่เอา


 


ในกรณีแบตเตอร์รี่มีไฟ


         ในกรณีที่แบตเตอรี่ใหม่ไม่ถึงปี ไม่น่าจะเสื่อมสภาพเร็วขนาดนี้ ก็ต้องไล่กันดูที่ไดสตาร์ทกันครับ เป็นไปได้ครับที่ไดสตาร์ทอาจจะสกปรกมีคราบหรือเศษอะไรต่อมิอะไรเกาะติดอยู่ ให้ลองเคาะๆ และสตาร์ทอีกครับ แต่ถ้าเคาะ-สตาร์ทแล้วยังแชะๆ ก็ต้องถึงมือช่างแล้วครับ


 


ไม่มีเสียงตอบรับ


         ถ้าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้นจากการบิดกุญแจ ก็แสดงว่าเป็นที่ไดสตาร์ทอย่างเดียวครับ อาการอย่างนี้คงต้องอดทนในการสตาร์ทจนเครื่องอุ่นซักพัก(ใหญ่ๆ) เลยครับกว่าจะติด


 


ได้ยินเสียงเครื่องเดินช้าๆ แต่ไม่ติดซะทีเดียว


         อาการดังกล่าวคือสตาร์ทแล้วพอจะได้ยินเสียงไดสตาร์ทและการหมุนของตัวเครื่อง แต่เป็นการหมุนแบบหน่วงๆ อาการแบบนี้อาจจะเป็นได้ทั้งสองอย่างเลยคือแบตเตอรี่เสื่อม กับไดชาร์จ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็พ่วงสตาร์ทอย่างเคยแต่ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาสามารถเข้าเกียร์ 2 ถอนคลัตซ์แล้วกระตุกติดเครื่องได้ครับ และเมื่อเครื่องติดดีแล้ว ให้ดูไฟแบตเตอรี่ที่แผงหน้าปัดว่า ถ้าไฟสว่างแบบเรื่อๆ ก็แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ไดชาร์จครับ


 


เครื่องหมุนด้วยไดสตาร์ท แต่ไม่สามารถทำงานได้เอง


         อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่แบต ไม่ได้เป็นที่ไดสตาร์ทครับ เพราะเมื่อบิดกุญแจแล้ว เครื่องสามารถหมุนได้ด้วยไดสตาร์ท แต่ปล่อยกุญแจเครื่องกลับหยุดหมุน ปัญหานี้อยู่ที่ตัวเครื่องครับ ในกรณีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ คงต้องเรียกช่างมาซ่อมสถานเดียวครับ


         เพราะบางครั้งสาเหตุที่เกิดจากไดสตาร์ท, แบตเตอรี่ นั้นเราสามารถแก้ปัญหาโดยการ Jump start หรือกระตุกติดเครื่องเองจากการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ แต่ถ้าเป็นที่ตัวเครื่องเนี่ยก็คงจะลำบาก ทางที่ดีการรู้อาการเสียของรถนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อีกทั้งสามารถบอกอาการของช่างได้ในระดับหนึ่งดีกว่าเราไม่รู้อาการเลยว่ามันเป็นอย่างไร เหมือนสุภาษิตทีว่า “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” จริงไหมละครับ


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์นิรภัย