สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » ระบบเครื่องยนต์ » ระบบเบรก

ภาพประกอบจาก: www.weekendhobby.com


 


น้ำมันเบรก


         น้ำมันเบรกเปรียบ เสมือนโลหิตหล่อเลี้ยงชีวิตของระบบเบรกทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง น้ำมันเบรกซึ่งก็คือน้ำมันไฮดรอลิกชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ ถ่ายทอดแรงกดเมื่อเราห้ามล้อโดยใช้เท้ากดแป้นเบรกเท่ากับเรา ส่งแรงกดนั้น ผ่านน้ำมันเบรกไปยังชิ้นส่วนที่ปลายท่ออีกด้วยหนึ่ง เพื่อควบคุมให้ รถหยุดการดูแลเบื้องต้น ควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกเสมอ


         หากระดับน้ำมัน เบรกต่ำลงไป หรือเกิดการปนเปื้อนย่อมทำให้ประสิทธิภาพของระบบเบรกเสียหากระดับน้ำมันเบรกต่ำกว่าระดับต่ำสุด (Min.) หมายความว่าผ้าเบรก สึกหรอบางลง แสดงว่าถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว และถ้ายิ่งต้องกดแป้นเบรกต่ำกว่าเดิมมาก หมายถึงระดับน้ำมันเบรกต่ำลงกว่า ขีดต่ำ สุดที่ยอมรับได้ซึ่งเป็นสถานการณ์อันตรายสุดนอกจากนี้หากระดับน้ำมัน เบรกพร่องเร็ว เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าอาจมีการรั่วซึมในระบบ สังเกต รอยหยดหรือคราบน้ำมันเบรกหลังจากจอดรถข้ามคืนซึ่งจะบอกถึงบริเวณ ที่เกิดการรั่วซึมได้ หากพบรอยรั่วซึมใดๆ ควรให้ช่างแก้ไขโดยเร็วที่ สุด


 


สัญญาณอีกอย่างที่บอกถึงความผิดปกติของระบบเบรกคือ


         ความรู้สึกหยุ่นเท้า เวลาเหยียบ เบรกตามปกติ แสดงว่ามีอากาศรั่วเข้าไปใน ระบบน้ำมันเบรก ทำให้คุณสมบัติ คล้ายแท่งโลหะของน้ำมันเบรกเสียไปอากาศจะเข้าจาก ปลายเปิดของระบบ ท่อน้ำมันเบรกได้ทุกที่ ที่เกิดสภาพที่ว่านั้น เช่น ท่อแตก รั่ว หลวมเป็นต้น หรือเข้าทางกระปุกสำหรับเติมน้ำมัน เบรก


 


 

ภาพประกอบจาก: car-do-care.blogspot.com


 


การเติมน้ำมันเบรกใหม่


         ควรใช้ชนิดและยี่ห้อ เดียวกับที่ใช้อยู่เดิมห้ามผสมข้ามยี่ห้อ และใช้ผิด จากที่ระบุในคู่มือประจำรถ (DOT 3, 4 หรือ 5) จากภาชนะที่ปิดสนิท กระป๋องน้ำมันเบรกที่เปิด ทิ้งไว้จะมีน้ำจากไอน้ำในอากาศเข้าผสมทำให้ ประสิทธิภาพลดลง และน้ำจะเป็นตัวก่อให้เกิดสนิม กับชิ้นส่วนโลหะในระบบเบรกได้น้ำมันเบรก สามารถผสมหรือปนเปื้อนในบรรยากาศได้ตลอดเวลา จึงต้องถ่ายทิ้ง และเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่ทั้งระบบเมื่อถึงกำหนดที่ระบุไว้ในคู่มือประจำรถ ของท่าน ปกติจะเป็นทุก 1 ปี หรือระยะทางใช้งาน 20,000


 


 

ภาพประกอบจาก: www.9carthai.com


 


ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS


ABS : ความปลอดภัยที่ต้องเรียนรู้


         รถยนต์ทุกคันล้วนมี ระบบเบรกพื้นฐานแต่การเบรกกระทันหันอย่างรุนแรง หรือบนเส้นทางลื่นยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการล้อล็อก ABS จึงถูกเสริมเข้ามา เพื่อลดความ เสี่ยงนั้น ผู้ผลิตรถยนต์ล้วนมีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเบรกพื้นฐานอยู่ตลอด เพื่อการหยุดการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่ ไม่เคยหยุดนิ่งในการ พัฒนา เพิ่มแรงม้าอย่างสมบูรณ์ที่สุด เช่น ดิสก์เบรกที่ระบายความร้อนได้ดี ผ้าเบรกเนื้อเยี่ยม และอีกสารพัดแนวทาง ไม่ว่า จะมีการพัฒนาระบบเบรกพื้นฐานให้เหนือชั้นขึ้นเพียงใด ก็ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ คือ เบรกแล้วเกิดอาการล้อล็อก-หยุดหมุน ในขณะที่ตัวรถยนต์ ยังพยายามเคลื่อนที่อยู่ เช่น เมื่อมีการเบรกกระทันหันอย่างรวดเร็วรุนแรง หรือการเบรก บนเส้นทางลื่น เมื่อล้อล็อกก็จะส่งผล ให้พวงมาลัยไม่สามารถควบคุมทิศทาง ได้ตามปกติหรือรถยนต์ปัดเป๋หมุนคว้างได้ แม้ผู้ขับมือดี จะมีแนวทางแก้ไขด้วยตัวเองโดยการตั้งสติกด เบรกหนักแต่พอประมาณ แล้วปล่อยออกมาเพื่อย้ำซ้ำๆ ถี่ๆ ไม่กดแช่ เพื่อไม่ให้ล้อล็อก แต่ในการขับจริงทำได้ยาก เพราะอาจขาดการตั้งสติ คิด ไม่ทัน หรือย้ำได้แต่ไม่ถี่พอ


 


สถานการณ์ใดบ้าง ที่ต้องการABS


         ในประเทศที่มีหิมะตก หรือพื้นเส้นทางเคลือบไปด้วยน้ำแข็ง เอบีเอสมีโอกาสได้ทำงานบ่อย แต่ในประเทศแถบร้อนทั่วไป เอบีเอสก็มี โอกาสได้ทำงานพอสมควร เช่น การเบรก บนถนนเรียบ แต่เปียกไปด้วยน้ำ ทางโค้งฝุ่นทราย รวมถึงถนนเรียบแห้งสะอาด แต่มีการเบรกกะทันหันอย่างรวดเร็วรุนแรง โดยไม่ค่อยมี ใครมองถึงประโยชน์ของเอบีเอส ในการเบรกขณะที่แต่ละล้อสัมผัสผิวเส้นทางที่มีความลื่อนต่างกัน เช่น การหลบลงไหล่ทาง แค่ 2 ล้อ ซึ่งมี 2 ล้อ ด้านขวาอยู่บนถนนฝืดแต่อีก 2 ล้อด้านซ้ายอยู่บนไหล่ทางผิวกรวดทราย ถ้าเบรกแรงๆ แล้วรถยนต์อาจหมุนคว้างได้


         หากนึกภาพการเบรก เมื่อแต่ละล้อสัมผัสผิวเส้นทางที่ลื่นต่างกันไม่ออกมีตัวอย่างชัดเจน จากการทดสอบรถยนต์ในต่างประเทศ ในสนามทดสอบมีการปูกระเบื้องผิวลื่น มาก เป็นแถบยาว แทรกไว้บนด้านหนึ่งของผิวคอนกรีตหรือยางมะตอยที่มีความฝืดตามปกติ แล้วมีการฉีดพรมน้ำตลอด เริ่มจากการขับรถยนต์ที่ไม่ มีเอบีเอส ให้ 2 ล้อในซีกซ้ายแล่นบน ผิวถนนปกติ และอีก 2 ล้อ ซีกขวาแล่นบนกระเบื้องเปียก เมื่อกดเบรกอย่างแรง รถยนต์ จะหมุนคว้างในทันที เพราะ 2 ล้อที่อยู่บนกระเบื้องเปียกจะหยุดหมุนล็อกอย่างรวดเร็ว แล้วเมื่อทดสอบด้วรถยนต์ที่มีเอบีเอส ก็สามารถเบรกได้ในขณะที่รถยนต์ยังตรง เส้นทางอยู่ ส่วนบนเส้นทางวิบาก เช่น ลูกรัง ฝุ่น ทราย เอบีเอสช่วยได้ดีเมื่อต้องเบรกแรงๆ หรือกระทันหัน


 


มี 2 วิธีในการหยุด คือ


1. เสมือนไม่มีเอบีเอส หยุดซอยเท้าในทันทีพื้นรองเท้าก็จะครูดไปกับคอนกรีตไม่ไกล แล้วหยุดสนิทกับ

2. กระทำเสมือนมีเอบีเอส ค่อย ๆ ลดความเร็วในการซอยเท้า ก่อนที่จะหยุดสนิท แม้พื้นรองเท้าจะไม่ครูดไปกับคอนกรีตแต่ก็จะไม่ได้ ระยะหยุดสั้นกว่าการหยุดแบบ หยุดซอยเท้าในทันทีแล้วปล่อยให้ครูด หากวิ่งบนลานน้ำแข็ง แล้วใช้ 2 วิธีในการหยุด เหมือนเดิม คือ


3. เสมือนไม่มีเอบีเอส หยุดซอยเท้าในทันที พื้นรองเท้าก็จะครูดไปกับผิวน้ำแข็ง มีระยะทางไกล กว่าจะหยุดสนิททั้งยังลื่นไถลปัดเป๋ไร้ทิศ ทาง


4. การทำเสมือนมีเอบีเอส ค่อย ๆ ลดความเร็วในการซอยเท้าลงช้า ๆ ก่อนที่จะหยุดสนิท พื้นรองเท้าจะไม่ครูดไปกับผิวน้ำแข็ง ไม่ลื่นไถล และไม่ปัดเป๋ แล้วก็จะได้ระยะหยุดสั้นกว่าการหยุดแบบหยุดซอยเท้าในทันที


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : kautosmilesclub.askkbank.com