สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » ระบบเครื่องยนต์ » รถสตาร์ตไม่ติด เพราะอะไร..แก้อย่างไร..

ภาพประกอบจาก : auto.sanook.com/


 


         หากตื่นเช้ามาและกำลังจะขับรถเพื่อไปทำงาน เมื่อเสียบกุญแจรถแล้วบิดสตาร์ต ปรากฏว่าเครื่องยนต์ไม่ติด แต่มีเสียงดังแชะๆเป็นจังหวะขณะที่บิดกุญแจ หรืออาจไม่ดังเลย ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า แบตเตอรี่มีปัญหา ให้ลองกดแตรดูว่ามีเสียงดังปกติหรือไม่ หากแตรมีเสียงเบา กว่าปกติ นั่นอาจเป็นเพราะแบตเตอรี่อ่อน จนเกือบหมด ทำให้ไปหมุนไดสตารท์ไม่ไหว


 


สาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจาก


         1. แบตเตอรี่เสื่อม เนื่องจากแบตเตอรี่โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานราว 2 ปี ต้องทำการเปลี่ยนลูกใหม่


         2. เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ เช่น ไฟหน้า, ไฟในรถ และอื่นๆ ซึ่งทำให้กิน ประจุไฟฟ้าตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้ด้วยวิธีพ่วงสตาร์ต (ในรถเกียร์อัตโนมัติ) หรือ เข็นสตาร์ท (ในรถเกียร์ธรรมดา) โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ และเมื่อสตารท์ติด แล้ว อย่าเพิ่งดับเครื่องทันที ให้ขับรถไปบนถนนสักพัก เพื่อให้แบตเตอรี่ได้รับการชาร์จไฟ จนมีประจุเพียงพอในการสตาร์ทครั้งต่อไป


         3.ไดชาร์จเสื่อม เนื่องจากถึงอายุการใช้งานของมันเอง ทำให้ไม่สามารถชาร์จไฟ ไปยังแบตเตอรี่ได้ ซึ่งหากเป็นที่ไดชาร์จจริง จะมีสัญลักษณ์รูปแบตเตอรี่ขึ้นค้างไว้ที่หน้าปัทม์รถขณะขับขี่ กรณีนี้อาจต้องนำช่างมาลากรถไปยังศูนย์บริการ เพื่อเปลี่ยนไดชาร์จลูกใหม่ หรือนำ แบตเตอรี่สำรองมาใส่แทนไปก่อน แล้วจึงนำรถไปยังศูนย์บริการโดยเร็วที่สุด ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดอีกครั้ง




         แต่หากว่าลองบิดกุญแจสตาร์ทแล้วไม่มีเสียงใดๆเลย แต่อุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงทำ งานได้ปกติ (วิทยุดัง, ไฟหน้าติด, แตรดัง และอื่นๆ) อาจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ไดสตาร์ทเสีย ให้ลองหาท่อนไม้มาเคาะไดสตาร์ต (ต้องระมัดระวังอย่าให้โดนอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย) ถ้าสตาร์ตติดแสดง ว่าไดสตาร์ตสกปรก แต่หลังจากนั้นก็ต้องถอดไปทำความสะอาดด้วย แต่ถ้าเคาะแล้วยังไม่ทำงานก็ต้องถอดออกไปซ่อม หรือหากไม่ทราบว่าไดสตาร์ทอยู่ตรงไหนของเครื่องยนต์ อาจจำเป็นต้อง เรียกช่างเพื่อมาแก้ไขให้ต่อไป




         ในกรณีนี้หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา สามารถใช้วิธีเข็นสตาร์ตเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะ หน้าได้ จากนั้นจึงนำรถเข้าไปยังศูนย์บริการหรืออู่ต่อไป




         ที่กล่าวมาเบื้องต้น เป็นสาเหตุที่พบได้ทั่วไป แต่อาการสตาร์ทไม่ติดอาจมีสาเหตุ ที่ลึกกว่านี้ก็เป็นได้ เช่น ในกรณีที่รถติดแก๊ส หรือ เครื่องยนต์มีสภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะนำเสนอให้คุณผู้อ่านทราบต่อไปครับ


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : auto.sanook.com