สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » น่ารู้ทั่วไป » การเคลือบสีรถ และการป้องกันสนิม

ภาพประกอบจาก : www.sonicclubthailand.com


 


ประเภทของสีรถยนต์


         เวลาที่เราจะซื้อรถยนต์สักคัน ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถมือสองก็แล้วแต่ นอก จากจะดูคุณสมบัติและสมรรถนะของรถแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับรองก็คือสีที่จะต้องเลือกให้ถูกอกถูกใจหรือถูกโฉลกกันสักหน่อย เพราะสีรถก็เป็นเหมือนหน้าตาของผู้ขับขี่ ด้วย รถจะมีมากมายหลายสีให้เลือกแล้วแต่ความพึงพอใจ ประเภทของสีรถยนต์ยังแบ่งออกได้ 2 ประเภทตามลักษณะดังนี้คือ


 


1. สีธรรมดา (Solid) เป็นสีที่พ่นรถแบบธรรมดา


         โดยไม่มีการเจือปนเม็ดบรอนซ์ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความเงาให้รถ แต่สีชนิด ธรรมดานี้เมื่อพ่นเสร็จแล้วผิวสีจะมีความเงาสูงโดยไม่จำเป็นต้องพ่นเคลียร์แล็คเกอร์อีก สีประเภทนี้จะซ่อมให้เหมือนเดิมได้ง่ายถ้าหากสีถลอกหรือถูกขูดขีดให้เสียหาย และสีประเภทนี้ราคาก็ไม่ แพงด้วย


 


2. สีเมทัลลิค (Mettallic) เป็นสีที่ผสมเม็ดบรอนซ์


          ซึ่งเม็ดบรอนซ์ก็มีหลายลักษณะด้วยกัน เช่น แบบกลม,แบบยาว หรือแบบ เหลี่ยม เป็นต้น สีรถจะออกเป็นเงาและแวววาวมากกว่าสีธรรมดา สีประเภทนี้เวลาต้องใช้ควบคู่กับเคลียร์แล็คเกอร์หรือตัวที่ช่วยเคลือบเงาสีเดิมให้แวววาวขึ้นแล้ว จะทำให้สีรถเป็นเงางามและคง ทนเป็นพิเศษ แต่ข้อเสียของสีเมทัลลิคก็มีเหมือนกันคือ ถ้าต้องมีการเคาะซ่อมสีใหม่นั้นจะค่อนข้างยุ่งยากและทำให้เหมือนเดิมไม่ง่ายเลย ต้องใช้ฝีมือและความปราณีตของช่าง และที่สำคัญ ราคาแพงกว่าสีธรรมดา จึงสังเกตได้ว่ารถที่ใช้สีเมทัลลิคก็ค่อนข้างแพงกว่าสีธรรมดาด้วย


 




         เมื่อได้ทราบถึงสีรถประเภทต่างๆแล้ว ไม่ว่ารถของท่านจะเป็นสีประเภทใดก็ แล้วแต่ ล้วนต้องมีการดูแลให้ดูดีและคงทนเช่นเดียวกันทั้งนั้น ต่อไปนี้ควรจะทราบถึงหลักในการการบำรุงและรักษาสีรถยนต์ว่าต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะปกป้องและรักษาสีรถให้สวยนานขึ้น ดังนั้น เพื่อให้รถของท่านมีสีสดใสและคงความทนของสีให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านเจ้าของรถก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีดูแลรักษารถให้พ้นจากการถูกทำลายสีให้หมองคล้ำในที่สุด และวิธี ดังต่อไปนี้จะเป็นข้อแนะนำให้แก่ท่านได้นำไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อรถและตัวท่านเอง


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : kautosmilesclub.askkbank.com