สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » อื่นๆ » เทคนิคสุดประหยัดช่วงน้ำมันถูก

ภาพประกอบจาก : news.unseencar.com


 


1. ตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนใช้รถ


         การเติมลมยางอย่าง เหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ให้มากขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับมีความปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ถ้ายางทั้งสี่เส้น มีลมอ่อนเกินไปหนึ่งปอนด์ต่อตารางนิ้ว จะทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 0.3 เปอร์เซ็นต์ เพราะยางจะมีแรงเสียดทานขณะขับ เคลื่อนมากขึ้นจึงต้องใช้กำลังและเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นในการขับเคลื่อนตัวรถ


         แนะนำว่าผู้ขับขี่ ควรซื้ออุปกรณ์วัดลมยางและตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ยางรถยนต์ที่มีแรงดันเหมาะสมจะทำให้รถมีการเกาะ ถนนดี ส่งผลต่อการตอบสนองของพวงมาลัยและเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก


 


2. หลีกเลี่ยงการปรับแต่งขนาดล้อและยาง


         ล้อที่มีขนาดใหญ่ เต็มซุ้มล้อและยางแก้มเตี้ยจะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้น ล้อและยางที่มีขนาดใหญ่จะเพิ่มแรงเสียดทานขณะขับเคลื่อน เพิ่ม น้ำหนักใต้สปริง และส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ทำให้ใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นและส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ ในกรณี ร้ายแรงอาจเป็นอันตรายต่อการเบรกและการควบคุมรถ


 


3. ไม่บรรทุกสิ่งของน้ำหนักมากที่ไม่จำเป็นไว้ในรถ


         การขับขี่ทางไกลจำ เป็นต้องมีการบรรทุกสัมภาระแต่ควรระวังไม่บรรทุกมากเกินไป เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รถต้องใช้กำลัง และเชื้อเพลิงเพิ่มสูง ขึ้นในการขับเคลื่อน ดังนั้นควรทำให้รถมีน้ำหนักเบาอยู่เสมอ การบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็นจะทำให้รถทำงานหนักเพิ่มขึ้นและใช้น้ำมัน มากกว่าปกติ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45 กก. จะเพิ่มอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง 2 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่านี้ในรถขนาดเล็ก


         ราวหลังคา ที่มีการ บรรทุกสัมภาระจะเพิ่มการบริโภคน้ำมันขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันประมาณหนึ่งลิตรจะถูก เผาผลาญในการขับเคลื่อนตัวรถให้ผ่านแรง เสียดทานอากาศ ดังนั้นรถที่มีการบรรทุกสัมภาระไว้บนหลังคาจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง


 


4. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ


         ที่กรองอากาศและ น้ำมันเครื่องที่สกปรก เซ็นเซอร์ออกซิเจน และหัวเทียนที่ทำงานผิดปกติ รวมถึงชิ้นส่วนที่บกพร่องอื่นๆ จะทำให้การบริโภคน้ำมันเพิ่มสูง ขึ้น เครื่องยนต์ที่มีการดูแลรักษา อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ การซ่อมแซมปัญหาทีมีความ สำคัญอย่างเซ็นเซอร์ออกซิเจนจะช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์


         การเปลี่ยนไส้กรอง ที่อุดตันอย่างรุนแรงจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องที่บริษัทผู้ผลิตรถแนะนำ เพราะจะช่วยเพิ่ม การประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 1 – 2 เปอร์เซ็นต์ ผู้ขับขี่ไม่ควรละเลยสัญญาณไฟเตือนให้เข้ารับบริการ


 


5. ตรวจสอบฝาถังน้ำมันอยู่เสมอ


         ฝาถังน้ำมันที่หลวม หรือปิดไม่แน่นไม่เพียงแต่จะทำให้ “ไฟสัญญาณเตือนรูปเครื่องยนต์” ปรากฏขึ้นเท่านั้น ข้อมูลจากดิสคัฟเวอรี่ แชนเนล ยังระบุว่าจะทำ ให้น้ำมันระเหยไปโดยเปล่าประโยชน์เกือบ 518 ล้านลิตรต่อปี ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่แน่นจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 1 – 2 เปอร์เซ็นต์


 


6. พิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผสม


         การใช้น้ำมันเชื้อ เพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นรองรับเชื้อเพลิง E20 และ E85 ช่วยลดค่าใช้ จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


 


7. ขับรถให้ช้าลง


         การขับรถออกตัวจะ ใช้น้ำมันมากกว่าการรักษาความเร็วรถให้คงที่ ผู้ขับขี่ควรเหยียบคันเร่ง ออกจากทางแยกหรือสัญญาณไฟจราจรอย่างนุ่มนวล การเร่งรถ อย่างรวดเร็วจะใช้ความเร็วมากเกินความจำเป็นและการเบรกอย่างรุนแรง จะทำให้การประหยัดเชื้อเพลิงลดลง 33 เปอร์เซ็นต์ บนถนน หลวงทางไกล และ 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการขับขี่ในเมือง


         ความเร็วที่ช่วย ประหยัดน้ำมันมากที่สุดสำหรับ รถส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 65 – 100 กม./ชม. อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อขับรถ ด้วยความเร็วเกินกว่า 96 กม./ชม.


 


8. ใช้เกียร์สูง


         ถ้าขับรถด้วยเกียร์ ธรรมดา แนะนำให้ใช้เกียร์สูงเพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้ต่ำซึ่งจะบริโภคน้ำมันน้อยกว่าแต่ไม่ควรขับขี่เช่นนี้มากเกินไปจนฉุดกำลัง เครื่องยนต์หรือทำให้เครื่องยนต์ดับ ถ้าขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติ ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อย (ไม่ควรถอนคันเร่งออกทั้งหมด) ในจังหวะที่ระบบ เกียร์ “เปลี่ยน” สู่เกียร์ที่สูงขึ้น


         รถที่ใช้เกียร์ อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ซึ่งมีอัตราการทดเกียร์ที่สูงกว่า ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่และประหยัดน้ำมัน ควรหลีก เลี่ยงการใช้สวิทช์ “Hold” ถ้าไม่จำเป็น


 


9. ตั้งสติและขับขี่อย่างนุ่มนวล


         ถ้าหากรถของคุณมี ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือครูสคอนโทรล ให้เปิดใช้ระบบนี้โดยเฉพาะเมื่อขับรถทางไกล ระบบครูสคอนโทรลจะช่วยป้องกันไม่ ให้ขับรถเร็วเกินกำหนดและช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันด้วยการเร่งและผ่อนความเร็วอย่างนุ่มนวล ระบบครูสคอนโทรลจะมีประสิทธิภาพ มากที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเกียร์โหมดประหยัดหรือโหมดออโต และไม่ควรใช้ครูสคอนโทรลเมื่อฝนตกหนักหรือขับรถบนพื้นถนนที่เปียก ลื่น


 


10. ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลหรือปรับเกียร์ลงจนกระทั่งรถจอด สนิท


         การขับรถเกียร์ อัตโนมัติในสภาพการจราจรที่หนาแน่น คุณสามารถแล่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ได้เพราะรถจะแล่นช้าๆ ไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ถ้าขับรถ เกียร์ธรรมดา แนะนำให้ลดเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งรถจอดสนิท ผู้ขับขี่สามารถถอนคันเร่งออกขณะที่ยังใส่เกียร์เดินหน้าอยู่ได้ เนื่องจากเครื่องยนต์สมัยใหม่แทบจะไม่ใช้น้ำมันและเพียงพอต่อการเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ เครื่องยนต์จะใช้เชื้อเพลิงมากกว่าถ้า ปล่อยให้เกียร์อยู่ในตำแหน่งว่างขณะรถจอดนิ่ง


 


11. หลีกเลี่ยงการจอดรถติดเครื่องยนต์นานเกินไป


         หากคุณต้องขับรถ อยู่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด แนะนำให้ดับเครื่องยนต์ การจอดรถติดเครื่องยนต์ไว้จะเผาผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ การสตาร์ท เครื่องยนต์ใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยแต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันเกือบหนึ่งลิตร


 


12. ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด


         การเปิดใช้ระบบ แอร์ลดการประหยัดน้ำมันลง 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย ผู้ขับสามารถปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้นแทนการปรับลด อุณหภูมิลง ถ้าขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 64 กม./ชม. ผู้ขับสามารถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างแทนได้ แต่ถ้าขับด้วยความเร็วเกินกว่า 72 กม./ชม. แรงฉุดของลมที่ไหลเวียนเข้ามาทางหน้าต่างจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการเปิดแอร์


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : auto.sanook.com