สาระน่ารู้


สาระน่ารู้ » น่ารู้เรื่องประกันภัย » 10 เรื่อง ควรรู้เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

ภาพประกอบจาก : m-rc.co.th




         หากเราจะมีประกันภัยไว้ให้กับรถยนต์สุดรัก ของเราสักฉบับเพราะอย่างน้อยหากเกิดอะไรขึ้นกับมัน อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้เราได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า จะมีสักกี่คนที่อ่านกรมธรรม์ประกันภัยนั้นอย่าง ละเอียด และด้วยภาษากฎหมายที่เข้าใจยากไม่ต่างกับอ่านลายแทงมหาสมบัติ ทำให้หลายๆ คนจึงแทบไม่ได้สนใจในเนื้อหาของมันเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นการ เข้าใจกรมธรรม์จึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างน้อยด้วย 10 ข้อด้านล่างน่าจะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ของคุณได้มากขึ้น


         1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีผลทันทีที่ ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันภัยให้ กับบริษัท (รวมไปถึงนายหน้าผู้เอาประกันด้วย) ดังนั้นแม้การซื้อผ่านนายหน้าถ้ามีใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องก็จะปฏิเสธความ รับ ผิดชอบมิได้


         2. ในกรณีที่รถคุณเสียหายอย่างสิ้นเชิง ไม่ สามารถซ่อมกลับคืนได้ บริษัทต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันเต็มทุนประกัน และรถคันนั้นจะตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันภัย


         3. ค่าแอกเซ็ปต์ หรือค่าใช้จ่ายส่วนแรกนั้น ในกรณีไม่มีคู่กรณีจะจ่ายเพียง 1,000 บาท เท่านั้น แต่ถ้าคนอื่นขับไปทำให้เกิดความเสียหาย ต้องจ่าย 6,000 บาท


         4. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม ผู้เอา ประกันสามารถเรียกร้องเป็นเงินตามราคาประเมินเพื่อนำไปจัดหาเองได้ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าจะได้อะไหล่แท้หรือไม่


         5. หากภายในรถของคุณมีการติดตั้ง อุปกรณ์สำหรับระบบก๊าซ NGV หรือ LPG เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บริษัททราบ เพราะหากเกิดเหตุและรถคันเอาประกันเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองที่จะได้รับ จากการประกันอาจไม่สมบูรณ์


         6. หากคุณขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มี ประกันภัยและรถของท่านเป็น “ฝ่ายถูก” คุณควรตรวจสอบไปที่บริษัทประกันภัยว่าตามรายงานอุบัติเหตุนั้น รถของคุณเป็นฝ่ายถูกจริงเหรอ ทั้งนี้เพื่อผล ประโยชน์


         7. การดูแลขนย้ายรถที่เสียหายเนื่องจาก อุบัติเหตุเพื่อไปซ่อมที่อู่เป็นหน้าที่ ของบริษัท แม้ว่าจะต้องย้ายรถไปโรงพักหรือที่ใดก็ตามตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อม เสร็จ บริษัทประกันภัยจะต้องรับ ภาระส่วนนี้ แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อม


         8. ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน และคุณ ไม่แน่ใจว่าเป็นฝ่ายถูกหรือผิด คุณไม่จำเป็นต้องเซ็นรับผิดในใบเครม เพราะไม่ใช่กติกาหรือข้อกฏหมายแต่เป็นหน้าที่ที่บริษัทซึ่งคุณทำประกันจะไป ทำการ ตกลง


         9. อย่าคิดหนีในกรณีที่ขับรถชนคน ให้ช่วย เหลือคนเจ็บให้เต็มที่ และถ่ายรูปหลักฐานที่เกิดเหตุไว้ต่อสู้คดี เพราะศาลจะพิจารณาจากความมีน้ำใจที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น บางทีโทษทางอาญาอาจเหลือแค่ การรอลงอาญา และตกลงค่าเสียหายกันตามสมควรแต่ถ้าคุณหนีจะติดคุกทันที


         10. ประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหาย ในขณะที่รถของคุณถูกลากจูง หรือขับรถขณะที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150mg% หรือขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เว้นแต่ในกรณีที่ทำ ประกันประเภทระบุชื่อคนขับ และความเสียหายนั้นเกิดขึ้นในขณะที่คนระบุชื่อเป็นผู้ขับ


 


 


 


ขอบคุณข้อมูลจาก :


www.car4th.com