รถแบบนี้ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ ?!!

รถแบบนี้ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ ?!!

4 Aug 2020

แชร์

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

การเติมลมยางเป็นสิ่งที่เหล่าคนขับรถเป็นประจำคงเคยทำ ไม่ว่าจะเติมลมยางเองตามจุดบริการต่างๆในปั๊มน้ำมันหรือไม่ได้เติมเองก็ตาม ในกรณีที่ไม่ได้เติมเอง ให้พี่ช่างเติมให้ก็คงจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่เติมลมยางเอง เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะมีปัญหาคิดไม่ตกว่ารถของตัวเองนั้นควรจะเติมลมยางเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสมกับเจ้ารถคันที่ขับอยู่

ความดันลมยาง
สำหรับการเติมลมยางเราจำเป็นจะต้องรู้วามดันของลมยางที่จะเข้าไปในล้อรถเรา ให้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มง่ายๆ ตามนี้


  • รถขนาดเล็ก ควรเติมลมยางที่ความดัน 25-30 ปอนด์


  • รถขนาดกลาง ควรเติมลมยางที่ความดัน 31-35 ปอนด์


  • รถกระบะ ควรเติมลมยางความดันไม่เกิน 35-40 ปอนด์


  • รถตู้โดยสาร ควรเติมลมยางความดันไม่เกิน 43-55 ปอนด์


ซึ่งในการเติมลมยางควรมีการตรวจเช็คเดือนละ 2 ครั้ง หรืออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพราะลมยางนั้นมีการรั่วซึมอยู่เสมอ


สิ่งที่ห้ามลืมเกี่ยวกับการเติมลมยาง

  • ล้อทั้งสี่จะต้องเติมลมยางในความดันที่เท่ากันและ ต้อง! เติมให้ครบทั้งสี่ล้อด้วยนะครับ!
  • หากลักษณ์การใช้งานรถเป็นลักษณะการใช้งานที่มีการขนของหนักเป็นประจำควรเติมลมยางมากกว่าปกติ 2-3 PSI
  • ไม่ควรเติมลมยางขณะที่ยางอุณหภูมิสูง
  • เติมลมยางมากเกินไป
    รู้หรือไม่ครับว่าการเติมลมยางที่มากเกินไปนั้นถึงจะทำให้การออกตัวของรถยนต์ดีขึ้น แต่ก็ส่งผลเสียเยอะเหมือนกันนะครับไม่ว่าจะเป็น การทำให้สภาพการยึดเกาะกับถนนลดลง ทำให้เวลาเข้าโค้งหรือเบรกอาจเสียงจังหวะได้ และทำให้เกิดการสะเทือนที่มากกว่าปกติไม่ว่าจะเป็นเวลาตกหลุมขึ้นลูกระนาดก็ตามซึ่งการสะเทือนที่มากกว่าปกตินี้อาจตามมาด้วยแสงกระแทกที่สูงขึ้นจนอาจเกิดยางระเบิด
  • เติมลมยางน้อยเกินไป
    เติมมากเกินไปก็ไม่ดี เติมน้อยเกินไปเองก็ไม่ดีเช่นกันครับ เพราะการเติมลมยางที่น้อยเกินไปนั้นจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักมากขึ้น เป็นเหตุให้รถของเรากินน้ำมันมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองครับ และจะทำให้สภาพการขับรถไม่นิ่งเมื่อรถมีการใช้ความเร็ว แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดยางระเบิดได้ด้วยครับ!

ทั้งหมดนี่ก็คือความรุ้เกี่ยวกับการเติมลมยางที่นำมาฝากทุกคนกัน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะเติมมากหรือเติมน้อยไปก้ไม่ดีทั้งคู่จึงเป็นเหตุผลที่เราควรรู้นั้นเองครับว่าเติมลมยางเท่าไหร่จึงจะเหมาะกับรถของเรามากที่สุดนั่นเอง 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าขาดประโยชน์จากใช้รถ

ค่าขาดประโยชน์จากใช้รถ

6 Oct 2020

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ เป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจะต้องเข้ามารับผิตชอบแทนผู้ขับขี่กรณีที่ผู้ขับขี่ขับรถแล้วกิดอุบัติเหตุไปซนรถของผู้อื่นโดยผู้เสียหาย (ฝ่ายถูก) สามารถใช้สิทธิยื่นเรียกร้อง ต่อบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยรถที่ก่อให้เกิดความเสียหาย (ฝ่ายผิด) แต่ความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัยจะมี ไม่เกินจำนวนงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

อ่านต่อ
ระวังรถโดนดูด คนชอบเดินทางไกลควรอ่าน!!

ระวังรถโดนดูด คนชอบเดินทางไกลควรอ่าน!!

21 Oct 2020

พฤติกรรมการเคลื่อนที่ของของไหลรถวิ่งด้วยความเร็วทำให้รถคันด้านหลังที่ตามมาในระยะประชิด ไม่ต้องรับแรงปะทะจากอากาศ และเกิดช่องว่างระหว่างรถ 2 คัน

อ่านต่อ
อัปเดต พ.ร.บ.รถยนต์ 2563 ปรับเพิ่มความคุ้มครองผู้ประสบภัย

อัปเดต พ.ร.บ.รถยนต์ 2563 ปรับเพิ่มความคุ้มครองผู้ประสบภัย

12 Sep 2020

อัปเดต พ.ร.บ.รถยนต์ 2563 ปรับเพิ่มความคุ้มครองผู้ประสบภัย ในกรณีเสียชีวิต จากเดิมรับเงินชดเชย 300,000 บาทเป็น 500,000 บาท แต่เบี้ยประกันพ.ร.บ.ราคาเดิม เริ่มปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

อ่านต่อ
ผ้าเบรกไหม้ แก้ไขยังไง ??

ผ้าเบรกไหม้ แก้ไขยังไง ??

24 Jul 2020

เทคนิคการสังเกตปัญหาผ้าเบรกไหม้ที่อาจจะเกิดกับระบบเบรกของรถยนต์ และต้องรู้วิธีรับมือผ้าเบรกไหม้ เพราะ “เบรก” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญในการขับขี่ให้ปลอดภัย ต้องใส่ใจดูแลให้ดี มาเข้าเรื่องผ้าเบรกไหม้กันดีกว่า  

อ่านต่อ
Toyota Buzz Viewดูบทความทั้งหมด