TOYOTA LAND CRUISER FJ ออฟโรดตัวพ่อกลับมาแล้ว
24 Apr 2026
Toyota Land Cruiser FJ เผยโฉมจริง
สายลุยตัวจริง…เตรียมตัวให้พร้อม
หลังจากเป็นกระแสให้พูดถึงกันมานาน ในที่สุด Toyota Land Cruiser FJ ก็ได้เผยภาพตัวจริงออกมาอย่างเป็นทางการ พร้อมแผนเตรียมทำตลาดในประเทศไทยช่วงปี 2026 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมาพร้อมขุมพลังเบนซิน 2.7 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ และยังไม่มีแผนสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในช่วงแรก
ดีไซน์ย้อนยุค ผสมความแกร่งสไตล์ออฟโรด เสน่ห์ที่แฟน FJ รอคอย สำหรับใครที่เป็นแฟนสายออฟโรด คงคุ้นเคยกับชื่อ FJ กันดี เพราะเอกลักษณ์สำคัญคือ “ความคลาสสิก” ที่ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นแรก Land Cruiser FJ รุ่นใหม่นี้ยังคงคาแรคเตอร์เดิมไว้อย่างครบถ้วน ด้วยดีไซน์ทรงกล่อง เน้นการใช้งานจริงเป็นหลัก
เส้นสายตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก Land Cruiser ยุคอย่าง FJ40 และ 70 Series โดยเฉพาะไฟหน้าทรงกลมที่กลับมาอีกครั้ง เพิ่มความดิบ เท่ และมีเอกลักษณ์ชัดเจน
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการออกแบบเพื่อสายลุยโดยแท้ กันชนหน้า–หลัง และซุ้มล้อเป็นแบบแยกชิ้น สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย ใช้วัสดุสีดำด้าน ลดความกังวลเรื่องรอยจากการใช้งานหนัก
SUV ขนาดกะทัดรัด แต่ลุยจริงจัง เล็กกว่า Fortuner แต่โหดไม่แพ้ Toyota FJ จะมาในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง ขนาดเล็กกว่า PPV อย่าง Fortuner เล็กน้อย แต่ถูกออกแบบมาให้ “ลุยจริง” มากกว่า
ใช้โครงสร้างแบบเดียวกับ Hilux Champ แต่มีการปรับจูนเพื่อสายออฟโรดโดยเฉพาะ พร้อมผ่านการทดสอบในเส้นทางสมบุกสมบันในระดับเดียวกับ 70 Series
ทั้งระยะความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) รวมถึงมุมไต่และมุมจาก (Approach / Departure Angle) ถูกเซตมาเพื่อการลุยเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังมีการเสริมโครงสร้างใต้ท้องรถ (Underfloor Braces) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของแชสซี รองรับการใช้งานหนักได้มากขึ้น

มิติตัวถัง
คล่องตัว พร้อมลุยทุกเส้นทาง
- ความยาว: 4,575 มม.
- ความกว้าง: 1,855 มม.
- ความสูง: 1,960 มม.
- ฐานล้อ: 2,580 มม.
เมื่อเทียบกับ Toyota Fortuner จะพบว่า FJ มีขนาดสั้นกว่า แต่สูงกว่าเล็กน้อย ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเส้นทางแคบและทางวิบากมากกว่า
เครื่องยนต์ 2.7 เบนซิน + 4WD
เรียบง่าย ทนทาน เน้นใช้งานจริง

Land Cruiser FJ คาดว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2TR-FE ขนาด 2.7 ลิตร 4 สูบ
- กำลังสูงสุด: 163 แรงม้า
- แรงบิด: 246 นิวตันเมตร
- เกียร์: อัตโนมัติ 6 จังหวะ (Super ECT)
- ระบบขับเคลื่อน: Part-Time 4WD
โหมดการขับขี่รองรับการลุยเต็มรูปแบบ
- 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อ)
- 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วปกติ)
- 4L (ขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับทางโหด)
พร้อมฟังก์ชันช่วยขับที่จำเป็นสำหรับสายลุย เช่น
- ระบบล็อกเฟืองท้าย
- ระบบออกตัวเกียร์ 2 (2nd Start)
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
ภายใน เน้นใช้งานง่าย ตอบโจทย์สายลุย
ฟังก์ชันครบ ใช้จริงได้ทุกสถานการณ์
ห้องโดยสารถูกออกแบบให้เน้นความทนทานและใช้งานสะดวก เลย์เอาต์คล้ายกับ Land Cruiser รุ่นพี่ ผสมความทันสมัยมากขึ้น
มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ ปุ่มควบคุมหลักถูกจัดวางให้ใช้งานง่าย แม้ในสถานการณ์ลุยหนัก รวมถึงมีปุ่มควบคุมระบบออฟโรดแยกเฉพาะ
เบาะหลังสามารถพับแบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ รองรับทั้งสายท่องเที่ยวและสายลุยได้อย่างลงตัว